คลิกเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า


เมื่อ 3 ปีก่อน คณะศิษย์ในประเทศไทยได้รับทราบข่าวที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน!! 

ข่าวนั้นแจ้งว่าท่านอาจารย์โกเอ็นก้าในวัย 90 ปี ได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบที่บ้านพักในเมืองมุมไบ ในคืนวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

แม้ว่าท่านอาจารย์จะมุ่งเน้นให้ศิษย์เฝ้าฝึกฝนขัดเกลาตนด้วยการปฏิบัติภาวนาโดยไม่ยึดติดในตัวบุคคล และได้วางแนวทางการดำเนินงานด้านการอบรมให้สามารถดำเนินไปแม้จะปราศจากตัวท่าน หากแต่ผู้ที่ได้ลิ้มรสผลอันวิเศษจากแนวทางการปฏิบัตินี้ ก็ย่อมใจหาย และอาลัยในการจากไปของท่านอาจารย์อยู่ไม่น้อย 

ท่านอาจารย์มักจะกล่าวอยู่เสมอว่าวิธีที่จะเข้าถึงคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติภาวนา และการบูชาที่เลิศที่สุดก็คือการปฏิบัติบูชา แม้ในการถามตอบปัญหาธรรมเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนพม่า แผ่นดินถิ่นเกิดของท่านเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อปีพ.ศ. 2555 ท่านก็ยังคงกล่าวย้ำแก่ศิษย์ของท่านว่า จงปฏิบัติ ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ของเราเอง เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่อประโยชน์ของโลก จงปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิบัติ 

ในวาระครบรอบ 3 ปี แห่งมรณกรรมของท่านอาจารย์ คณะศิษย์จึงได้ร่วมกันจัดงาน "3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า" เพื่อปฏิบัติภาวนาเป็นอาจาริยบูชาและน้อมรำลึกถึงท่านอาจารย์
ในวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เวลา 16.00 น.

โดยนอกจากจะมีการปฏิบัติร่วมกันแล้ว ภายในงานยังมีการแจกจ่ายสื่อธรรมคำสอนตามแนวทางของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า และจัดแสดงงานเครื่องปั้นดินเผาจากเถ้าดอกไม้ให้ศิษย์ผู้สนใจได้ร่วมทำบุญ โดยรายได้ทั้งหมดจะมอบให้กับมูลนิธิพระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลก ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย


พระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลกซึ่งมีเจดีย์ชเวดากองในประเทศพม่าเป็นต้นแบบในการก่อสร้างนี้ เกิดขึ้นจากดำริของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงเผยแผ่หนทางดับทุกข์ให้แก่มวลมนุษยชาติ ในขณะเดียวกันยังเป็นเครื่องหมายแสดงความกตัญญูต่อประเทศพม่าและบูรพาจารย์ที่ได้รักษาแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนาอันบริสุทธิ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลให้ดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน ขณะที่การวิปัสสนานั้นได้สูญหายไปแล้วจากอินเดีย

การถือกำเนิดขึ้นของพระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลกจึงเป็นเสมือนเครื่องหมายแห่งการกลับมาของธรรมะสู่ดินแดนพุทธภูมิ  

ภายในพระมหาเจดีย์มีห้องจัดแสดงภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนอานิสงส์ในการปฏิบัติวิปัสสนา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในธรรมะที่ถูกต้องแก่ผู้มาเยี่ยมชม เนื่องจากยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหมู่ชาวอินเดียบางกลุ่มว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นเพียงหนึ่งในองค์อวตารของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู

นอกจากนี้ยังได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับมอบมาจากรัฐบาลประเทศศรีลังกาและสมาคมมหาโพธิ์แห่งอินเดีย เมืองพุทธคยา มาประดิษฐานใต้ยอดโดมบริเวณกึ่งกลางเพดานภายในองค์พระมหาเจดีย์ที่เป็นโถงสำหรับนั่งปฏิบัติภาวนา เนื่องจากท่านอาจารย์โกเอ็นก้ามีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุให้เป็นไปตามพุทธดำรัสที่ได้ทรงให้ไว้แก่พระอานนท์ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า การเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุพึงบรรจุอยู่ในพระสถูปเพื่อให้ชนทั้งหลายได้กระทำการสักการะ ชาวพุทธจึงให้ความเคารพสูงสุดต่อพระบรมสารีริกธาตุ ด้วยถือเป็นเสมือนสิ่งแทนพระพุทธองค์และก่อสร้างพระสถูปเจดีย์เพื่อเป็นที่ประดิษฐานสืบต่อกันมา

ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อครั้งที่พระเจ้าอโศกมหาราชส่งคณะธรรมทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังดินแดนต่างๆ เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งธรรมะหยั่งลงสู่ผืนแผ่นดินใด ก็จะมีการสร้างพระสถูปเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่คณะธรรมทูตได้อัญเชิญไป ณ ที่แห่งนั้น เพื่อให้ผู้มีศรัทธาได้ยึดเหนี่ยวประดุจประทีปนำทางในการประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์

และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ท่านอาจารย์ยังปรารถนาที่จะให้พระมหาเจดีย์แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุให้คงอยู่ไปตราบสิ้นอายุห้าพันปีแห่งพุทธศาสนาของพระสมณโคดม เพราะเมื่อใดที่ไร้ผู้สักการะบูชา เมื่อนั้นพระบรมสารีริกธาตุจะถึงกาลอันตรธานไปจากโลกและจะเป็นเครื่องหมายแห่งการสิ้นสุดของพระพุทธศาสนา

สำหรับท่านอาจารย์ ... การปกปักรักษาพระบรมสารีริกธาตุจึงเป็นเสมือนหนึ่งการรักษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ให้ธำรงอยู่

เพื่อให้พระมหาเจดีย์แห่งนี้สามารถดำรงอยู่ได้นานนับพันปีเฉกเช่นโบราณสถานที่ปรากฎอยู่ในประเทศอินเดีย วัสดุในการก่อสร้างจึงไม่มีเหล็กหรือคอนกรีตเป็นส่วนประกอบ หากใช้หินแต่เพียงอย่างเดียว โดยใช้หลักการ inter-locking หรือให้หินแต่ละก้อนยึดเกาะกันเอง มีการสกัดหินเพื่อใช้เป็นสลักสำหรับยึดเกาะกันทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง น้ำหนักของหินแต่ก้อนที่เรียงต่อกันจะยิ่งเพิ่มแรงกดทำให้หินผนึกกันได้แน่นหนายิ่งขึ้น เป็นการนำเทคนิควิธีการก่อสร้างแบบโบราณมาผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ 

เมื่อแรกที่ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าแสดงความประสงค์ที่จะก่อสร้างมหาเจดีย์แห่งนี้ขึ้นโดยไม่ให้มีเสาค้ำยันเพื่อไม่เป็นการกีดขวางต่อผู้ปฏิบัติ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างเห็นตรงกันว่าเป็นความคิดที่ไม่อาจเป็นจริงขึ้นมาได้ หากในที่สุด ด้วยทานปัจจัยจากมหาชนและความร่วมมือของฝ่ายต่างๆ การก่อสร้างพระมหาเจดีย์แห่งนี้ก็สำเร็จเสร็จสิ้นลงภายในระยะเวลาสิบเอ็ดปี ใช้หินไปราว 2.5 ล้านตัน โดยจัดได้ว่าเป็นโดมหินปราศจากเสาค้ำยันที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงถึง 325 ฟุต หรือราวตึก 30 ชั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางด้านในกว้างถึง 280ฟุต สามารถรองรับผู้ปฏิบัติได้แปดพันคน มีขนาดใหญ่กว่าโดมของโกล กุมบาซ (Gol Gumbaz) ที่เมืองพีชะปุระ (Bijapur) ซึ่งเคยเป็นโดมหินใหญ่ที่สุดในโลกถึงสองเท่า

การจัดงานแสดงเครื่องปั้นดินเผาเพื่อนำทานปัจจัยไปร่วมทำนุบำรุงพระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลกของกลุ่มศิษย์ในครั้งนี้ นอกจากจะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ของท่านอาจารย์ที่ปรารถนาจะรักษาให้พุทธสถานแห่งนี้ดำรงอยู่ไปตราบนานเท่านาน เนื่องจากการดำเนินงานและการทำนุบำรุงทั้งหมดได้รับเงินสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาแต่เพียงอย่างเดียว การเข้าเยี่ยมชม ตลอดจนการเข้ารับการอบรมด้านการปฏิบัติภาวนาที่พระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลกเป็นไปโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

“This will also change” 

แม้สิ่งนี้ ... ก็ย่อมจะเปลี่ยนไป




จากดอกไม้สู่เถ้า จากเถ้าสู่ดิน จากดินสู่ถ้วยชา 

"ท่านอาจารย์สอนพวกเราไม่ให้ยึดติด ให้ฝึกฝนเพื่อให้เห็นความเป็นอนิจจัง ว่าทุกสิ่งไม่เที่ยงแท้ถาวร ไม่มีแก่นสารใดๆ แม้อัฐิของท่านก็ยังไม่มีการเก็บแต่ให้ไปลอยน้ำ กลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่เราสิ ไม่มีเถ้าอัฐิครูบาอาจารย์ที่เราเคารพรักให้เก็บก็ยังอุตส่าห์ไปเอาดอกไม้ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดท่านที่สุดมาแปลงธาตุให้เป็นรูปธรรม ให้ถาวรขึ้นมา"  

ศิษย์ผู้สร้างผลงานเซรามิกจากเถ้าดอกไม้บอกเล่าถึงที่มาของงานกว่า 30 ชิ้นที่นำมาแสดงในงาน “3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า"

มองด้วยตา นี่อาจเป็นเพียงถ้วยชา แต่สำหรับผู้ปั้นแล้ว เครื่องใช้ไม้สอยชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหล่านี้ยังมีนัยอันล้ำลึกซ่อนเร้นอยู่ เพราะในอณูดินนั้น ยังมีเครื่องรำลึกถึงครูบาอาจารย์ที่เธอเคารพรักรวมอยู่ด้วย

“ในเนื้อดินมีส่วนผสมของเถ้าดอกไม้จากงานสำคัญ 4 งานคือ ดอกไม้ที่ร้อยเป็นสายประดับอยู่เบื้องหน้าท่านอาจารย์และมาตาจีในวันที่ บรรดาศิษย์จากทั่วโลกไปนั่งปฏิบัติร่วม ณ มหาเจดีย์ชเวดากอง ในคราวยาตราเยือนประเทศพม่าครั้งสุดท้ายของท่านอาจารย์และมาตาจีเมื่อปี 2555, ดอกไม้รอบโถอัฐิของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ครั้งที่อัญเชิญออกมาให้ศิษย์ชาวไทยได้กราบลาที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปี 2556, ดอกไม้จากงานฌาปนกิจท่านมาตาจีที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดียในปี2559 และดอกไม้จากงานลอยอังคารท่านมาตาจีที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่าในปีเดียวกัน"





"ก็นึกว่าเอามาผสมดินปั้นเป็นถ้วยชาไว้ใช้ จะได้เป็นเครื่องรำลึกถึงท่านอาจารย์และคำสอนของท่าน ให้รู้สึกว่ายังมีท่านอยู่ใกล้ๆ ของพวกนี้เป็นงานทำมือ แต่ละชิ้นจึงไม่สมบูรณ์พร้อม หากก็มีเพียงชิ้นเดียว ไม่ต่างจากคนเรา สิ่งเหล่านี้เป็นของธรรมดาๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน จะได้มีโอกาสสัมผัสอยู่บ่อยๆ แล้วเวลานำมาใช้ก็จะรู้สึกดีๆ 

อย่างถ้วยชา เวลาได้ประคองถ้วยอยู่ในอุ้งมือมันจะมีความเชื่อมโยงระหว่างตัวเรากับถ้วยใบนั้น



ชาม..นั่น ตั้งใจทำเป็นถ้วยไว้ใส่ดอกไม้ลอยน้ำ จะไว้จัดแต่งบ้านตามธรรมดา หรือนำไปบูชาพระพุทธรูป ก็จะรู้สึกเหมือนว่าเราได้ถวายดอกไม้ร่วมกับครูบาอาจารย์  

งานทุกชิ้นที่ผสมเถ้าดอกไม้นี้จะสลักคำว่า “This Will Also Change” ตามนิทานเรื่องแหวนสองวงที่ท่านอาจารย์เล่าให้พวกเราฟังในธรรมบรรยาย10วัน ว่า 'แม้สิ่งนี้..ก็จะเปลี่ยนไป' ”

ศิษย์เก่าผู้สนใจในงานเครื่องปั้นดินเผานี้ สามารถร่วมทำบุญโดยแสดงความประสงค์บริจาคเพื่อสมทบทุนในการทำนุบำรุงพระมหาเจดีย์ฯ ได้ภายในงาน 

"3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า" 
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 16.00 น.  
ณ ห้องปฏิบัติธรรม ชั้น 2  
หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนรถไฟ)    

ตารางเวลา

16:00      เปิดลงทะเบียนและแจกซีดีหนังสือเสียง“ศิลปะในการดำเนินชีวิต”   

ศิษย์ที่สนใจจะร่วมบุญงานเครื่องเคลือบดินเผาสามารถขอรับบัตรรายการเพื่อกรอกมูลค่าที่ประสงค์จะร่วมบุญ จากนั้นนำไปหย่อนในกล่องเพื่อรอการประมวลผล โดยผู้ประสงค์ร่วมบุญมูลค่าสูงสุดจะได้รับสิทธิ์ในเครื่องเคลือบดินเผาชิ้นนั้นๆ


17:00      ปฏิบัติร่วมกันเพื่อน้อมรำลึกถึงท่านอาจารย์โกเอ็นก้า  

18:00      ร่วมรับประทานอาหารว่าง 

19:00      ประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ในเครื่องเคลือบแต่ละรายการและแจ้งยอดบริจาคที่จะนำส่งให้กับมูลนิธิพระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลก เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย 
   
ปิดงาน



ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
: คุณธิติมา รุญเจริญ 0853341807 
: คุณปารวี ไพบูลย์ยิ่ง 0896739335


บอกเล่าเก้าสิบ ที่มาของงาน "3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า"


ที่มาของงาน
งาน "3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า" เกิดขึ้นจากการรวมตัวของคณะศิษย์ที่มีความประสงค์จะจัดการปฏิบัติภาวนา เพื่อเป็นการรำลึกและบูชาคุณของท่านอาจารย์ที่พวกเราเคารพรัก โดยงานที่จัดขึ้นในครั้งนี้ดำเนินงานในนามของ "กลุ่มศิษย์ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า" และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานแต่ประการใด
 
เหตุที่เราเลือกเอาวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันฌาปนกิจท่านอาจารย์แทนที่จะเป็นวันพฤหัสที่ 29 กันยายน ซึ่งตรงกับวันที่ท่านอาจารย์จากไป และจัดขึ้นที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ก็เพื่อเป็นการเกื้อกูลให้ศิษย์ส่วนใหญ่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้โดยสะดวก ทั้งในวันเวลาที่เป็นวันหยุดและสถานที่ซึ่งสะดวกต่อการเดินทาง

วัตถุประสงค์ในการจัดงาน
นอกจากจะเป็นการแสดงความรำลึกและบูชาคุณในวาระครบรอบ 3 ปี มรณกรรมของท่านอาจารย์โกเอ็นก้าแล้ว ทางคณะศิษย์ยังมีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่คำสอนของท่านอาจารย์ในรูปของซีดีหนังสือเสียง "ศิลปะในการดำเนินชีวิต" และร่วมบุญเพื่อทำบุบำรุงพระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลก ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ที่จัดสร้างขึ้นจากดำริของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า 

เนื่องจากในการดำเนินงานต่างๆ ตลอดจนการดูแลรักษาพระมหาเจดีย์ฯ ซึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากนี้ อาศัยเพียงเงินบริจาคจากผู้มีศรัทธาแต่เพียงประการเดียว ทางคณะศิษย์จึงมีความประสงค์ที่จะสานต่อปณิธานของท่านอาจารย์ในการดูแล ทะนุบำรุงให้พุทธสถานแห่งนี้ดำรงอยู่ต่อไปเท่าที่จะสามารถกระทำได้ 

ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องเคลือบดินเผามีจำนวนน้อย และทางผู้จัดทำประสงค์จะนำมาแบ่งปันให้กับศิษย์ท่านอื่นๆ เพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึงท่านอาจารย์ จึงหารูปแบบการจัดสรรให้เหมาะสม การจัดแสดงงานเครื่องเคลือบดินเผานี้มิได้มีการกำหนดราคาหรือเป็นไปในรูปแบบของการซื้อขาย หากแต่เป็นเพียงการบอกกล่าวให้ผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมตามกำลังศรัทธาในบุญกิริยาวัตถุที่จะช่วยรักษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ดำรงอยู่ต่อไป




 

การร่วมบุญเครื่องเคลือบดินเผา (เฉพาะศิษย์เก่า)



  1. ขอรับบัตรร่วมบุญจากโต๊ะลงทะเบียน
  2. กรอกชื่อและหมายเลขลงทะเบียนลงในบัตร
  3. กรอกหมายเลขชิ้นงานเครื่องเคลือบดินเผาและจำนวนปัจจัยที่ต้องการร่วมบุญ
  4. หย่อนบัตรที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วลงในกล่องตามหมายเลขที่ระบุไว้
  5. ผู้สนใจสามารถร่วมบุญได้ไม่จำกัดจำนวน
  6. หลังจบการนั่งปฏิบัติร่วมกัน ผู้ร่วมบุญสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ในเครื่องเคลือบดินเผาแต่ละรายการที่ป้ายประกาศ เวลาประมาณ 18.30 .
  7. ผู้ร่วมบุญที่ได้รับสิทธิ์ในเครื่องเคลือบดินเผาแต่ละรายการติดต่อรับชิ้นงานและร่วมบุญได้ที่โต๊ะลงทะเบียน